วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ขยายสถานีบริการ NGV เปิดให้เอกชนลงทุนตามแนวท่อ แก๊ส NGV



การขายก๊าซ NGV จากแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ คืออะไร
การจำหน่ายก๊าซ NGV จากแนวท่อส่งก๊าซเป็นการขายตามค่าความร้อนของคุณภาพก๊าซ NGV ที่แท้จริงให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่มีรถ NGV และมีปริมาณการใช้ก๊าซ NGV ค่อนข้างสูง อาทิ ผู้ประกอบการรถบรรทุก รถหัวลาก หรือรถโดยสาร เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในกิจการ NGV แบบครบวงจร จะช่วยให้การขยาย NGV เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงและผู้ประกอบการรถขนส่ง/รถโดยสารสามารถบริหารจัดการสถานีให้เหมาะสมและสะดวก ในการดำเนินกิจการของตนเอง ส่งผลให้ปริมาณรถบรรทุก รถหัวลากและรถโดยสาร ที่มาใช้บริการเติมก๊าซ NGV ณ สถานีบริการ NGV ในรูปแบบชายปลีกลกลง ผู้ใช้รถติด NGV ทั่วไปสะดวกในการเติมก๊าซมากขึ้นและลดปัญหารอคิวเติมก๊าซได้ อีกทั้งผู้ประกอบการขนส่ง/รถโดยสารสามรถใช้ก๊าซด้วยคุณภาพจากแนวท่อในแต่ละพื้นที่ โดยไม่ต้องปรับปรุงคุณภาพก๊าซ
แนวทางการดำเนินการ
ปตท. จะเป็นผู้จัดหาและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติจากแนวท่อ ผู้ประกอบการขนส่ง/รถโดยสารที่สนใจจะเป็นผู้ลงทุนในกิจการทั้งหมด ประกอบด้วย
·       ก่อสร้างระบบท่อส่งก๊าซจากแนวท่อส่งก๊าซของ ปตท. ถึงสถานีควบคุมความดันและวัดปริมาตรก๊าซ (M/R Station)
·       ก่อสร้าง M/R Station จุดวัดซื้อขายก๊าซ
·       ก่อสร้างระบบท่องส่งก๊าซจาก M/R Station ถึงสถานีบริการ ก๊าซ NGV (Conventional Station)
·       ก่อสร้างสถานีบริการ ก๊าซ NGV
หลักเกณฑ์ในการลงทุน
คุณสมบัติของผู้ประกอบการขนส่ง/รถโดยสารที่สนใจลงทุนสถานีเพื่อเติมก๊าซใช้เอง จะต้อง
·       นิติบุคคลสัญชาติไทย
·       มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
·       ซื้อก๊าซเพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหับภาคขนส่งและใช้เองภายในกิจการ หรือกลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง
โดยพื้นที่ในการจัดตั้งสถานีบริการ NGV จะต้องประกอบด้วย
·       ต้องมีพื้นที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติของ ปตท. ได้
·       มีความสามารถของระบบท่อและปริมาณก๊าซเพียงพอ

แนวท่อฯ ปัจจุบัน
·       ท่อตะวันออก : ระยอง – สระบุรี
·       ท่อตะวันตก : กาญจนบุรี – อยุธยา
แนวท่อฯ อนาคต
·       ท่อเส้นที่ 4 : ระยอง – สระบุรี
·       ท่อนครสวรรค์ : อยุธยา – นครสวรรค์
·       ท่อนครราชสีมา : สระบุรี – นครราชสีมา

วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ปตท ต่อข้อชี้แจง ธุระกิจ NGV



ตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจ NGV บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้จัดตั้งสถานีบริการ NGV ในรูปแบบการขายปลีก โดย ปตท. เป็นผู้ลงทุนสร้างสถานีบริการและจ้างผู้มีสิทธิ์ในที่ดินเป็นผู้บริหารการขาย ต่อมาเมื่อต้องการใช้ก๊าซ NGV เพิ่มมากขึ้น ปตท. ได้ส่งเสริมให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนสถานีบริการ NGV เอง จนหระทั่งปัจจุบัน (ณ 31 ส.ค. 56) ประเทศไทยมีสถานีบริการ NGV แล้ว 486 แห่ง ครอบคลุม 54 จังหวัด ทั่วประเทศ เป็นสถานีบริการ แก๊ส  NGV ที่ปตท. ลงทุน 392 แห่ง และเอกชนลงทุน 92 แห่ง ทั้งนี้ ด้วยราคาขายปลีกแก๊ส  NGV ที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงอื่นมาก ทำให้ผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ รถขนส่งและประชาชนทั่วไปนิยมใช้แก๊ส  NGVเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีรถติด NGV แล้วมากกว่า 422,000 คัน ด้วยปริมาณการใช้ก๊าซ NGV สูงถึงกว่า 8,800 ตันต่อวัน ซึ่งปริมาณก๊าซ NGV เกือบร้อยละ 50 เป็นการใช้จากรถบรรทุก รถหัวลากและรถสาธารณะ ซึ่งเมื่อรถประเภทนี้เข้าเติมก๊าซ ณ สถานีบริการ NGV จะเติมก๊าซจำนวนมากและใช้เวลานาน ส่งผลให้รถ ติด NGV อื่นๆ ประสบปัญหารอเติมก๊าซนานและในพื้นที่ห่างไกลแนวท่อจะพบปัญหาก๊าซหมดด้วย
ปตท. ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าว ประกอบกับกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคขนส่งเอกชนเข้ามาลงทุนในกิจการ NGV แบบครบวงจร ปตท. จึงริเริ่มโครงการขายก๊าซ NGV จากแนวท่อ (Ex-Pipeline) สำหรับภาคขนส่ง เพื่อตอบสนองความต้องการใช้แก๊ส  NGV ภายใน Fleet ของตนเอง

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

LPG รถยนต์

LPG รถยนต์
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ LPG รถยนต์
แก๊ส LPG รถยนต์  จริงๆแล้วก็คือแก็สหุงต้มที่ใช้กันตามบ้านเรือน แต่นำมาใช้กับยานพาหนะ แก็สหุงต้ม หรือแก็สปิโตรเลียมเหลวสามารถเกิดขึ้นได้ 2 วิธีคือ
1.ผลิตจากกระบวนการกลั่นน้ำมันในโรงกลั่นน้ำมันต่างๆ
2.ผลิตจากกระบวนการแยกแก็สของแก็สธรรมชาติ
แก๊ส LPG รถยนต์  ประกอบด้วยแก็สโปรเพนและแก็สบิวเทนเป็นส่วนประกอบหลักโดยมีอัตราส่วนที่ 70:30 และบรรจุในสภาพเป็นของเหลวโดยการอัดให้มีความดันที่ประมาณ 100-130ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แก๊ส LPG เป็นแก็สที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่นจึงต้องมากการเติมกลิ่นฉุนเข้าไปเพื่อให้รู้เวลาที่มีแก็สรั่ว แก็ส LPG ได้นำมาใช้ในยานพาหนะเป็นเวลามากกว่า 20 ปีในต่างประเทศ ดังนั้นอุปกรณ์ต่างๆจึงมีมาตรฐานรองรับอย่างดีและมีอุปกรณ์ให้เลือกใช้หลากหลาย
ข้อดีของการติดแก็สLPG รถยนต์
1.มีขนาดถังที่เล็กจึงทำให้มีน้ำหนักเบาและยังสามารถติดตั้งไว้แทนที่ที่เก็บยางอะไหล่ ทำให้มีที่เก็บของเท่าเดิม
2.ค่าติดตั้งถูกกว่าแก็ส NGV เพราะแก็ส LPG เป็นแก็สที่มีแรงดันต่ำกว่าแก็ส NGV มาก(แรงดันของ NGV อยู่ที่ประมาณ 2,200 psiและแรงดันของ LPG อยู่ที่ 120 psi)
3.มีสถานที่เติมแก็สเยอะกว่า NGV มาก
4.ไม่ต้องเติมแก็สบ่อยเนื่องจากแก็ส LPG เป็นแก็สแรงดันต่ำจึงทำให้เก็บแก็สได้จำนวนเยอะ
5.ใช้เวลาในการเติมเร็ว โดยใช้เวลาประมาณ 5-7 นาทีเท่านั่น
ข้อเสียของการติดแก็ส LPG
1.ราคาแก๊ส LPG แพงกว่าราคาแก็ส NGV เนื่องจากรัฐไม่ได้มีการสนับสนุนให้ใช้แก็ส LPG เพราะว่าแก็ส LPG เป็นแก็สหุงต้มที่นำมาใช้ในบ้านเรือน ดังนั่นจึงกังวลว่าจะมีไม่พอใช้

2.เมื่อมีการรั่วแก๊ส LPG จะไม่ลอยขึ้นอากาศแต่จะตกลงพื้นดินแทนเพราะว่ามีน้ำหนักมากกว่าอากาศ ดังนั่นจึงเป็นอันตรายมากถ้าเกิดไฟไหม้ทำให้สามารถลุกไหม้ได้ง่าย

วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หยุดเสี่ยงยางรั่ว ในเวลาฉุกเฉิน ตอนที่ 2/3

วิธีการใช้น้ำยา Globxx
1.                ตรวจสอบขนาดของล้อรถและอ่านฉลากข้างขวดที่บอปริมาณการใช้ (ปริมมาณการใช้ขึ้นอยู่กับขนาดของล้อ สามารถดูได้จากตาราง) ตั้งล้อรถให้จุกลมเฉียงไม่เกิน 45 องศา เพื่อความสะดวกในการเติมน้ำยา
2.                เปิดจุกลมออก จากนั้นใช้ฝาพลาสติกสีดำของ Globxx หมุนเปิดแกนวาวหรือแกนจุกลมออกเพื่อปล่อยลมยางออกให้ยางแบน
3.                เติมน้ำยาใส่เข้าไปในยางรถโดยใช้สายยางตรงปลายขวด ตามปริมาณข้างขวดที่กำหนดไว้

4.                ใช้ฝาพลาสติกสีดำหมุนปิดแกนวาวกลับเข้าที่เดิม แล้วเติมลมในปริมาณที่เหมาะสมกับล้อรถตามเดิม(สามารถเติมได้ทั้งลมธรรมดาและลมไนโตรเจน)

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หยุดเสี่ยง ! ยางรถรั่วซึมด้วย “Globxx”

หยุดเสี่ยง ! ยางรถรั่วซึมด้วย “Globxx” เหมาะสำหรับรถที่ไม่มียางอะไหล่ ตอนที่ 1 /3
                ทุกวันนี่รถยนต์ทุกคันมีความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหายางรั่วซึมจากการเหยียบตะปู น๊อตหรือสกรู บนถนนในพื้นที่ต่างๆอาตทำให้การเดินทางหยุดชะงักไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายได้ตามกำหนดโดยเฉพาะรถยนต์ติดตั้งแก๊สแล้ว หากเลือกใช้ถังโดนัท ซึ่งต้องใช้พื้นที่ของยางอะไหล่วางถังโดนัทอาจไม่มียางสำรองที่จะเปลี่ยนใช้ได้
                หากผู้ใช้รถติดแก๊สไม่อยากติดถังโดนัทเพราะกลัวเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเลิกกังวลใจได้แล้ว เพราะปัจจุบันท่านสามารถป้องกันปัญหายางรั่วซึมได้ด้วยน้ำยา Globxx สารป้องกันยางรถยนต์รั่ว จากประเทศอังกฤษที่ผ่านการพัฒนาและทดสอบมากกง่า 10 ปี โดยได้รับการรับรองและผ่านมาตรฐานสินค้า ISO 9001
                คุณสมบัติของน้ำยาตัวนี้คือสามารถป้องกันยางรั่วซึม และแก้ไขปัญหาหลังยางรถรั่วได้เป็นอย่างดี ใช้ได้ทั้งก่อนและหลังการเหยียบตะปู น๊อต สกรู และเมื่อเกิดรูรั่วในยาง รถ Globxx จะปิดรั่วทันทีและยังช่วยป้องกันไม่ให้ลมออกจากยาง ดังนั้นผู้ใช้รถยนต์จึงขับรถต่อไปได้โดยที่ยางรถไม่แบน แถมน้ำยาจะช่วยกักเก็บอุณหภูมิภายในล้อรถให้เย็นเพื่อลดโอกาสการเกิดล้อระเบิดได้ด้วย
                ส่วนประกอบหลักที่สำคัญของน้ำยาคือ Re-Cycled Rubble Granules , Propylene Glycol < Bentonite-power , Weter , Hydrocolloid และ Hydroxyethl Cellulose ซึ่งสารเคมีเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อการใช้งานและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับรถยนต์ติดแก๊สที่เลือกใช้ถังโดนัท ที่ไม่ต้องการนำยางอะไหล่ติดรถไปด้วย  Globxx ย่อมสามารถเก็บยางอะไหล่ไว้ที่บ้านได้สะดวก และประหยัด หรือรถยนต์ทั่วไปต้องการความปลอดภัยในการขับขี่ยิ่งขึ้นก็สามารถใช้น้ำยานี้โดยไม่ต้องกังวลว่ายางจะโดนตะปูจนเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ
Globxx ป้องกันยางรั่วอย่างไร
                น้ำยา Globxx สามารถใช้กับรถที่มียางในและไม่มียางในก็ได้โดยจะเลือกเติมก่อนหรือหลังยางรั่วก็ได้ แต่ส่วนมาคนจะนิยมจะใช้เติมก่อนที่ยางรถจะรั่ว เวลารถเกิดยางรั่วลมยางจะค่อยๆซึมออกจากยางรถ ขณะที่ลมยางออกนั้น สาร Globxx จะซึมเข้าไปแทนที่รูรั่วและอุดรูนั้นทันที
                ทั้งนี้ สารที่ซึมเข้าไปจะอยู่ในยางรถตลอดอายุการใช้งาน และสามารถล้างออกด้วยน้ำเปล่า จึงส่งผลให้ลมไม่ออกจากยางรถและขอบล้อเมื่อโดนตะปู ทำให้ขับรถต่อไปได้โดยที่ยางรถไม่แบน ถ้าหากขนาดของรูรั่วไม่เกิน 5 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ป้องกันหน้ายางเท่านั้น

                โดยทั่วไปการเติมลมยางอยู่ที่ 30-40 PSI ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของล้อและประเภทของรถ ถ้าลมยางออกจากยางรถประมาณ 0.6% PSI จะส่งผลให้เกิดการใช้น้ำมันขึ้นอีก 4% และทำให้คุณภาพของยางลดลงถึง 50% ดังนั้น Globxx ช่วยป้องกันลมยางไหลออกจากล้อ และไม่ต้องสิ้นเปลืองด้วยการจ่ายค่าน้ำมันแพงๆหรือสามารถแก้ไข ได้ในยามฉุกเฉิน ออกต่างจังหวัด ไกล แต่ทางที่ดีควรจะนำยางเข้าซ่อมหากเป็นเจออู่ 

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

หยุดเสี่ยงยางรั่ว ตอนที่ 3/3 ตอนจบ

ข้อควรรู้ก่อนเติม Globxx
1.                ตรวจเช็คสภาพยางรถ สภาพของยางต้องมีสภาพดีไม่ต่ำกว่า 50% และไม่เก่าเกินไป หรือ มีรอยแตกหรือแยกของยาง
2.                ตรวจเช็คสภาพความสมดุลของล้อหรือต้องแน่ใจว่าถ่วงล้อ แล้วก่อนเติมสาร Globxx (ถ้าไม่ถ่วงล้อก่อนเดิม อาจส่งผลให้ล้อสั่นหรือพวงมาลัยสั่น)
3.                ตรวจเช็คขนาดของยางหรือไซส์ยางก่อนการเติมและควรเติมในปริมาณตามที่ตารางกำหนดให้ มีคู่มือให้ตอนซื้อ
4.                ถ้าเติมเกินปริมาณที่กำหนดให้ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร และไม่ควรเติมขาดเพราะสารจะไม่เคลือบทั่วยางล้อ ปริมาณ Globxx ต้องเท่ากันทุกล้อ
5.                ในกรณีที่มีตะปูหรือน๊อตติดค้างยางรถ หลังจากการเติมสาร Globxxแล้วสาร Globxx จะมีประสิทธิภาพการทำงาน 50% เท่านั้น ส่งผลให้ลมซึมออกจากรูรั่วและอาจทำให้เกิดปัญหาลมยางอ่อน หรือยางแบนเร็วขึ้นโกลบเบกซ์จะมีประสิทธิภาพการทำงานเต็ม 100% เมื่อไม่มีตะปูหรือน๊อคติดค้างในยางรถ
6.                โกลบเบกซ์เมื่อใส่ในยางล้อแล้วจะไม่แข็งตัวและไม่แห้ง มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 2-3 ปี หรือจนกระทั่งเปลี่ยนยางใหม่
7.                อุดรอยรั่วได้อย่างถาวร และไม่ส่งผลกระทบต่อยางรถยนต์ (ไม่ต้องปะยางถ้ารอยรั่วไม่เกิน 5 มิลลิเมตร)

8.                สามารถล้างหรือทำความสะอาดยางรถและล้อแม็กซ์จากสาร Globxx โดยน้ำเปล่าได้อย่างง่ายดายและไม่เป็นอันตราย